ในช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ทรมานใจมากเพราะไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวได้เหมือนเมื่อก่อน อยู่บ้านลดการแพร่ระบาดของเชื้ออยู่หลายเดือนค่ะ จนกระทั่งมาตรการผ่อนปรนเริ่มออกมา หลายๆโรงแรมเริ่มลดราคากันสุดๆเพื่อเรียกลูกค้า (น่าเสียดายที่หลายแห่งต้านไม่ไหว รายจ่ายมากจนต้องปิดตัวกันไป) ปอก็เลยถือโอกาสนี้ลองพักโรงแรมที่ตัวเองอยากพักแล้วมาทำรีวิวประสบการณ์ที่ได้ไปพบเจอมาให้ได้อ่านกันค่ะ จะขอเริ่มต้นจากการ Staycation ซึ่งหมายความว่าเป็นวันหยุดพักผ่อนที่เราเที่ยวในเมืองที่เราอาศัยอยู่ ในที่นี้เคสของปอคือ ปกติปออยู่กรุงเทพ แล้วก็จองโรงแรมในกรุงเทพนอนในวันหยุดค่ะ ^^

ขอบอกว่าไปมาเองจ่ายเองค่ะ ดังนั้นจะวิจารณ์ตรงๆตามความเห็นของตัวเองนะคะ

ที่แรกที่อยากจะพาไปชมรีวิวก็คือ โรงแรมห้าดาวสุดหรูย่านเพลินจิตที่มีความพรีเมียมสุดๆ โรงแรมแห่งนี้มีชื่อว่า Rosewood Bangkok(โรสวู้ด) ชื่ออาจจะไม่ได้คุ้นหูเพราะไม่ได้เป็นโรงแรมเชนใหญ่ๆแบบแมริออท ฮอลิเดย์อิน แต่อยากบอกว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่ปอชอบติดอันดับต้นๆในลิสโรงแรมในกรุงเทพที่ได้ไปลองพักมาเลยค่ะ จะมีความดีงามยังไงบ้าง ตามมาดูกันค่ะ

ก่อนอื่นอยากบอกว่าผ่านโรงแรมนี้บ่อยมากๆ แต่ไม่เคยสังเกตว่าตรงนี้เป็นโรงแรม 55 ป้ายก็ดูธรรมดาไม่ได้โดดเด่นอะไร

สิ่งแรกที่สัมผัสได้ก็คือความไพรเวทของโรงแรมนี้ค่ะแม้ว่าประตูโรงแรมจะอยู่ติดถนนสุขุมวิท แถมมีทางเชื่อมจากบีทีเอสเพลินจิตเลยก็ตาม แต่พอเข้ามาถึงบริเวณจุดต้อนรับ มันมีความรู้สึกว่าตรงลานจอดรถใหญ่ แล้วก็ครึ้มๆทึมๆ มีพนักงานมาต้อนรับพร้อมทั้งจัดการเรื่องกระเป๋า

อ่อ ตรงนี้ยังไม่ใช่ reception นะคะ เราต้องขึ้นลิฟท์ไปชั้น 5 เพื่อเชคอินค่ะ การเชคอินก็รวดเร็ว พนักงานต้อนรับและให้คำแนะนำเป็นอย่างดี

พอเชคอินเสร็จก็จะเดินผ่านทางที่ไม่กว้างมากเพื่อไปขึ้นลิฟท์ที่หลบอยู่ด้านหลังอีกที (ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวสุดๆค่ะ เหมือนตอนที่เคยเข้าไปดูคอนโดแพงๆหลักสิบล้าน

ตึกนี้มีทั้งหมด 29 ชั้นรวมร้านอาหารและห้องพัก โดยวันนี้จะพักที่ชั้น 15 ค่ะ พอลิฟต์เปิดออกมาก็ชอบอีกแล้ว ชอบการตกแต่งให้ความรู้สึกเหมือนเราอยู่บ้าน แถมตรงที่กดลิฟท์ยังถูกออกแบบให้กลมกลืนอยู่กับตัวเฟอร์นิเจอร์ค่ะ ชอบในการใส่ใจรายละเอียดการออกแบบของที่นี่จัง

พอมาถึงห้องพัก เปิดประตูแล้วเดินเข้ามาก็รู้สึกว้าวกับห้อง (อาจจะเป็นเพราะชอบการตกแต่งสไตล์นี้เป็นการส่วนตัว น้อยแต่มาก) ห้องนี้ได้เห็นวิวของย่านเพลินจิต ถนนสุขุมวิทยาวไปตามเส้นรถไฟฟ้าบีเอสสีเขียวอ่อน ก็ถือว่าเป็นวิวที่มองได้ไม่เบื่อเหมือนกันค่ะ เตียงนอนที่นี่นอนสบายมากๆ หมอนก็สามารถเลือกปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์โรงแรมห้าดาวอ่ะเนอะ

เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆของเค้าพรีเมียมมากๆ เก็บรายละเอียดดีเยี่ยมค่ะ สิ่งที่ว้าวก็คือเครื่องเสียงของ Bose, ไดร์เป่าผมของ Dyson! พวกอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องน้ำ แปรงสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก สำลี ฯลฯ ก็ถูกเก็บในถุงผ้าคล้ายๆที่เครื่องบินระดับเฟิร์สคลาสแจกผู้โดยสาร แม้กระทั่งน้ำเปล่าฟรีในห้องก็ยังทำขวดสวยหรูติดแบรนด์โรงแรม (โรงแรมห้าดาวที่อื่นบางที่ยังใช้น้ำขวดแบรนด์ทั่วไปอยู่เลยค่ะ แค่ทำที่คลุมขวด) อ่ะมาดูรูปกันว่าเค้าจัดเต็มให้ขนาดไหน ลืมบอกไปค่ะว่าอ่างอาบน้ำก็วิวเดียวกับห้องนอนนะ จะเเช่ตัวฟินๆจิบไวน์ฃชมวิวสุขุมวิทก็ไม่ขัดศรัทธาค่ะ

ในเรื่องของปุ่มควบคุมไฟ ที่ชาร์ตต่างๆก็ออกแบบมาได้ดีมากๆค่ะมีครบสำหรับการใช้งานรวมไปถึงปุ่มเปิดปิดม่านซึ่งอยู่บริเวณหัวเตียงของทั้งสองฝั่งซึ่งในเรื่องของการใช้งานคือตอบโจทย์มากจริงๆค่ะ สมัยนี้เราชาร์ตมือถือหรืออุปกรณ์ต่างๆก่อนนอนและจะเปิดปิดไฟก็ไม่จำเป็นต้องลุกไปไกล

มาดูตรงตู้เสื้อผ้าบ้างค่ะ มีชุดคลุมอาบน้ำ รองเท้าแตะที่ค่อนข้างนุ่มสบาย ตู้เซฟ อันนี้ตามมาตรฐานทั่วไปค่ะ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ

บริเวณมินิบาร์ก็น่าสนใจมากค่ะ ที่นี่ใช้ชาท้องถิ่นของไทย และพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่ได้เป็นแบรนด์ต่างประเทศ มีเครื่องทำกาแฟสำหรับคนชอบกาแฟดีๆ มีกาต้มน้ำ และชุดแก้วชาก็สวยมากค่ะ

คีย์การ์ดที่นี่เก๋มากนะคะ เป็นการ์ดไซส์มินิ เหมาะแก่การพกพา แต่อาจจะไม่เหมาะกับคนขี้ลืมค่ะเพราะใบจิ๋วมาก 555

หลังจากชมห้องแล้วจะขอพาไปดูห้องอาหารจีนของที่นี่กันค่ะ เนื่องจากโปรโมชันนี้ได้ท่านอาหารกลางวันฟรี ซึ่งโรงแรมเค้าจัดเป็นเซทอาหารเราสามารถเลือกได้ตามเมนูที่กำหนด (มูลค่าประมาณ 600 บาท) เมนูเรียกน้ำย่อยก็จะเป็นพวกติ่มซำ ซึ่งที่นี่ค่อนข้างมีชื่อเสียง สามารถเลือกอาหารเรียกน้ำย่อยได้ 2 อย่าง, จานหลักได้ 1 อย่างและของหวาน 1 อย่าง

มาดูกันค่ะว่าสั่งอะไรไปบ้าง

ก่อนอาหารจะมาก็จะมีตัวเครื่องเคียงมาเสิร์ฟก่อน เป็นมันฝรั่งผัดและไชโป้วค่ะ

ติ่มซำอร่อยสมชื่อจริงๆค่ะ กุ้งเป็นกุ้งกัดแล้วเด้งสู้ฟันมากๆ มาที่จานหลักค่ะ (เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย)

รสชาติถือว่ากลางๆ ส่วนตัวชอบแบบเข้มข้นกว่านี้ แต่ก็ถือว่าโอเคค่ะ

ส่วนของหวานเลือกเป็น creme brulee ซึ่งทำได้อร่อยค่ะ มื้อนี้ก็อิ่มอร่อยใช้ได้เลยนะคะ ตอนไปถึงคือได้นั่งเค้าเตอร์ซึ่งไม่เป็นไรค่ะเห็นโต๊ะอื่นเต็ม แต่ตรงที่นั่งไม่ค่อยโอเคเพราะมีกุ้งมังกรแบบเกือบจะตายเคลื่อนไหวอยู่ (บางทีก็มีดีดน้ำเป็นฟองๆขึ้นมา สะพรึงเบาๆเนอะเวลากินข้าว 😂)

ก็ถามพนักงานว่าขอย้ายไปนั่งตรงอื่นตอนที่แขกโต๊ะอื่นไปแล้วได้มั้ย เค้าบอกมีคนจองแล้ว แต่จนเรากินอาหารเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงก็ยังไม่มีคนมานั่งโต๊ะที่ว่างแล้วหลายๆโต๊ะ เลยแอบหักคะแนนการบริการนิดนึง เข้าใจว่าวันที่ไปคนค่อนข้างเยอะค่ะ อาจจะดูแลไม่ได้ทั่วถึงเท่าไรแต่จากประสบการณ์ที่เคยไปกินห้องอาหารโรงแรมอื่นมีที่ที่ทำได้ดีกว่านี้หลายที่ค่ะ

ทั้งหมดทั้งมวลที่รีวิวมาดีงามขนาดนี้ หลายคนคงสงสัยเรื่องราคาใช่มั้ยคะ? ตอนที่ปอไปพักมีโปรโมชันราคาห้องประมาณ 4800 บาทต่อคืน ได้รับสิทธิ์ทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหาร nanbei ฟรี แล้วก็ขอเลทเชคเอ้าได้ถึง 4 โมงเย็น ซึ่งถือว่าโปรนี้คุ้มมากกก สำหรับโรงแรมที่ 5 ดาวในทุกๆอย่างแบบนี้ (ปกติคืนละหมื่นกว่าๆ)

ขอให้คะแนนตามนี้ค่ะ

ทำเล (Location) : 5/5 สะดวกมากๆค่ะอยู่ติดถนนสุขุมวิท แถมมีทางเชื่อมมาจากบีทีเอสเพลินจิต เดินจากโรงแรมไปนิดเดียวถึงเซนทรัลเอมบาสซี่ ฝั่งตรงข้ามก็มีร้านอาหารอร่อยๆหลายที่

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆภายในห้อง (In-room amenity & facilities) : 5/5 ใช้ของดีและมีคุณภาพทุกอย่างเลย ประทับใจมากๆ

ความสะดวกสบาย (Comfort) : 4.8/5

ความเป็นส่วนตัว (privacy) : 5/5

อาหาร (Food) : 4/5

บริการ (Service) : 4.5/5

ความคุ้มค่า : 4.5/5 (เพราะว่าได้โปรนี่ล่ะ ราคาปกติก็อาจจะลดคะแนนลงนิดนึงด้วยความที่ราคาค่อนข้างสูง)

หากใครสนใจ ปอคิดว่าตลอดช่วงโควิดนี้ โรงแรมคงมีโปรออกมาเรื่อยๆค่ะ ลองสอบถามเข้าไปดูนะคะ เจอกันใหม่รีวิวหน้าค่า 😃

 

 

You Might Also Like